Article

ระบบ CD-UASB

ระบบ CD-UASB » Article

เทคโนโลยี CD-UASB (Channel Digester-Up Flow Anaerobic Sludge Blanket)

ได้ปรับปรุงพัฒนามาจากแบบมาตรฐานที่ใช้ในโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซ ชีวภาพ ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งได้รับการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาและเพิ่มเติมองค์ประกอบเข้าไปในระบบให้เหมาะสมกับน้ำเสียจากโรง ฆ่าสัตว์ซึ่งต่างจากน้ำเสียจากการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพและการบำบัดน้ำเสียสูงสุด

1.) การเพิ่มเติมและพัฒนาองค์ประกอบของระบบ ได้แก่

- การ พัฒนาบ่อรวมน้ำเสีย (CT : Collecting Tank) ให้เป็นบ่อปรับสภาพน้ำเสีย (EQ : Equalization tank) ที่สามารถรับน้ำเสียจากโรงฆ่าสัตว์และกระจายการนำน้ำเข้าสู่กระบวนการหมัก ก๊าซชีวภาพตลอด 24 ชั่วโมง

- การเพิ่มเติมบ่อดักขยะ (GT : Grease Trap) ซึ่งมีหน้าที่ดัก เศษขยะ เศษกระดูก ขน เล็บ ฯลฯ ที่มีอยู่ในน้ำเสียจากโรงฆ่าสัตว์และไม่สามารถย่อยสลายเป็นก๊าซชีวภาพได้ ให้ออกไปจากน้ำเสีย โดยใช้กระบวนการตกตะกอน และตะแกรงดักขยะออกไป

- การ เพิ่มเติมบ่อดักขยะ (OGT : Oil and Grease Trap)  มีหน้าที่ในการกำจัดไขมันที่ปะปนมากับน้ำเสีย โดยออกแบบบนพื้นฐานจากบ่อดักไขมันที่ใช้กันอยู่ทั่วไปตามครัวเรือนหรือชุมชน โดยประสิทธิภาพจะดักไขมันได้ประมาณ 90% โดยมีการขังน้ำเสียไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ไขมันลอยตัวอยู่ผิวหน้าและนำไปกำจัดต่อไป

- การ ลดความกว้างของบ่อหมักรางและให้มีช่วงยาวที่ยาวขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการหมักแบบไร้อากาศได้สูงสุด  โดยอัตราส่วนความกว้างต่อความยาวจะอยู่ประมาณ 1 : 4

- การ ลดพื้นที่ลานตากตะกอนลงและการปรับลดอัตราการดึงกากตะกอนออกจากบ่อหมักก๊าซ ชีวภาพ เนื่องจาก น้ำเสียจากโรงฆ่าสัตว์เป็นน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ค่อนข้างต่ำและอัตราการ เกิดเชื้อใหม่น้อยดังนั้นถ้าหากใช้อัตราการดึงกากตะกอนเหมือนในโครงการฯระยะ ที่ 4 จะทำให้สารอินทรีย์บางส่วนและเชื้อจุลินทรีย์ถูกดึงออกไป ซึ่งจะมีผลต่อประสิทธิภาพการหมักก๊าซชีวภาพและการบำบัดน้ำเสีย

2.) ความเหมาะสมกับขนาดโรงฆ่าสัตว์
โครงการฯ ได้พัฒนาและจัดทำแบบมาตรฐานขึ้นมา จำนวน 4 ชุด มีขนาดระบบ 50  75  100 และ 150 ลบ.ม. ตามลำดับ โดยระบบก๊าซชีวภาพที่พัฒนาและจัดทำขึ้นมามีความเหมาะสมกับโรงฆ่าสัตว์ขนาด มาตรฐานที่มีอยู่ในประเทศไทย ทั้งของภาครัฐเช่น เทศบาล  อบต.  และของภาคเอกชน ซึ่งมีการฆ่าและชำแหละ ตั้งแต่ 100 – 300 ตัวต่อวัน อีกทั้งยังมุ่งเน้นถึงคุณภาพของการก่อสร้าง ความคงทนยั่งยืนของระบบและประสิทธิภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพและการบำบัดน้ำ เสีย ในกรณีที่โรงฆ่าสัตว์ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ มีขนาดปริมาณการฆ่าชำแหละสูงกว่า 300 ตัวต่อวัน โครงการฯ จะทำการออกแบบเป็นกรณีพิเศษ

3.) ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี
จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ของระบบ CD-UASB สามารถรองรับ COD Loading ได้ถึง 2.5 กก. ต่อ ลบ.ม. รวมทั้งระบบยังมีความยืดหยุ่นในกรณีที่น้ำเสียเข้ามาเกินที่ออกแบบเนื่องจาก การฆ่าชำแหละที่มากขึ้นหรือ ใช้น้ำเสียมากกว่าปกติ (เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ ฯลฯ) อีกทั้งยังสามารถกำจัดสิ่งน่ารังเกียจอื่น ๆ ในน้ำเสียด้วย เช่น ขน เล็บ กระดูก เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อย และไม่ต้องเสียค่าพลังงานหรือค่าสารเคมีในการทำงานของระบบ

4.) การก่อสร้าง
เทคโนโลยีแบบ CD-UASB สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าใจของผู้รับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งไม่ต้องการเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ซับซ้อนในการก่อสร้าง เจ้าของผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาทั่วไปสามารถดำเนินการได้ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของโครงการฯ นอกจากนี้ ทีมงานวิศวกรออกแบบยังได้ปรับปรุงโครงสร้างและวัสดุในการก่อสร้าง โดยยึดหลักของความประหยัด การเลือกใช้วัสดุที่หาง่ายในปัจจุบัน ใช้ระยะเวลาก่อสร้างสั้น และยังคงประสิทธิภาพได้เช่นเดิมทุกประการ ทำให้ลดต้นทุนการก่อสร้าง และลดระยะเวลาในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก

5.) ราคาก่อสร้าง
ในอดีตการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงฆ่าสัตว์  ส่วนมากจะใช้อยู่ 2 ระบบ คือ ระบบบ่อบำบัดขั้นหลัง ซึ่งเปลืองเนื้อที่และใช้การลงทุนค่อนข้างสูง อีกทั้งยังแก้ปัญหาได้ไม่สมบูรณ์ยังคงมีปัญหาเรื่องกลิ่นอยู่ อีกระบบคือ ระบบเติมอากาศ ซึ่งใช้พื้นที่น้อย แต่ต้องมีค่าก่อสร้างบ่อ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเติมอากาศและการทำงานของระบบ และต้องจ้างผู้ที่มีความรู้มาดูแลรักษาระบบ แต่ระบบ CD-UASB จะมีค่าก่อสร้างที่มีความเหมาะสม ประหยัดพื้นที่ และแทบไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินระบบ และได้พลังงานทดแทนกลับมาอีกด้วย

6.) การเดินระบบและการบำรุงรักษา
เทคโนโลยีแบบ  CD-UASB ง่ายต่อการทำความเข้าใจและเรียนรู้ ไม่ต้องการการดูแลรักษาที่เป็นพิเศษเฉพาะ อันจะทำให้การดูแลระบบเป็นไปอย่างยั่งยืน อีกทั้งไม่ต้องการพลังงาน เช่น ไฟฟ้าหรือน้ำมันรวมทั้งสารเคมีต่าง ๆ ในการเดินระบบ

7.) ผลตอบแทนการลงทุน
ผลตอบแทนจากการลงทุนในระบบก๊าซชีวภาพ มี 3 อย่างคือ การใช้ก๊าซให้ความร้อนในการต้มน้ำในกระบวนการชำแหละ การขายปุ๋ย และการหมุนเวียนน้ำไปใช้ อีกทั้งมีผลตอบแทนที่อาจไม่เห็นเป็นรูปธรรม คือการที่โรงฆ่าสัตว์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเดินและควบคุมระบบ เช่นค่าพลังงานไฟฟ้าของเครื่องเติมอากาศ ค่าสารเคมี ค่ายากำจัดแมลงวัน เป็นต้น

ผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการ
จากเป้าหมายของโครงการ เมื่อดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพแล้วเสร็จและมีการใช้ระบบ อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะเกิดการผลิตก๊าซชีว ภาพได้ประมาณ 1.06 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือประมาณ 15.8 ล้านลูกบาศก์เมตรในระยะเวลา 15 ปีของการเดินระบบ และประเมินว่า ก๊าซชีวภาพ ที่ได้จากโครงการฯ นี้จะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนก๊าซ LPG หรือทดแทนน้ำมันเตา ซึ่งหากนำไปทดแทนดังกล่าว จะทำให้เกิดการประหยัด พลังงานก๊าซ LPG จำนวน 0.49 ล้านกิโลกรัม/ปี ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทดแทนประมาณ 8.17 ล้านบาท/ปี หรือทดแทนน้ำมันเตาได้ประมาณ 0.58 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 11.37 ล้านบาท และนอกเหนือจากการทดแทนพลังงานดังกล่าวแล้ว ระบบยังช่วยลดปริมาณมลภาวะที่เกิดจากการปล่อยทิ้งก๊าซ มีเทน (CH4)  453 ตันต่อปี และบำบัดน้ำเสียในรูปของ COD ประมาณ 2.64 ล้านกิโลกรัมต่อปี

 

ที่มา : link

download : >>link<<

« เมื่อ: 2014-02-20 09:31:51 »